ตำบลตำบลนาโกอำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์
Poothai.20m.com Welcome to my Homepage เขียนโดย...สุชาติ ไชยสุข ต.นาโก อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์
การปลูก หวายป่า
สนิท การุณ อาจารย์ 2 ระดับ 7 ทิ้งชอล์กมาปลูกหวาย สร้างรายได้ปีละแสน
บ้านนาดี หมู่ 14 ตำบลนาหัวบ่อ อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร เป็นหมู่บ้านขนาดปานกลาง ในชุมชนท้องถิ่นนี้ มีภูมิประเทศที่เหมาะอยู่ใกล้เทือกเขาภูพาน ห่างจากวัดถ้ำขาม หลวงปู่ฝั้น อาจาโร ราว 5 กิโลเมตร ได้รับน้ำจากเขื่อนชลประทานน้ำอูน ปลูกพืชทางการเกษตร และยังเป็นแหล่งเลี้ยงปลานิล อันดับหนึ่งของ จังหวัดสกลนคร นอกจากนั้น เกษตรกรตามหมู่บ้านแห่งนี้จะพากันปลูกพืชฤดูแล้งกันมาก อาทิ แคนตาลูป มะเขือเทศส่งโรงงาน ถั่วฝักยาว พริก แตงโม ถั่วลิสง และพืชผลทางการเกษตรอีกมากมายกลายเป็นแหล่งผลผลิตทางการเกษตรที่เกือบจะครบทุกอย่างในภูมิภาคนี้ หากใครเคยผ่านไปวัดถ้ำขาม คงได้พบกับหมู่บ้านแห่งนี้ นอกจากนั้น เกษตรกรทั่วไปที่ทำการเกษตรแล้ว ยังมีข้าราชการสายอื่น ๆ หันมาลงทุนปลูกพืชผลไม้ รวมทั้งข้าราชการครูในหมู่บ้านด้วย หลายคนลาออกมา หันมาทำภาคการเกษตรอย่างจริงจังไม่สนใจกับเงินเดือนที่ได้รับเหมือนกับที่บอกว่า "การรับราชการเหมือนน้ำซึมบ่อทราย" แต่กลิ่นอายความเย้ายวนของธรรมชาติ อากาศที่บริสุทธิ์ทำให้ต้องลาออกมาทำการเกษตรเต็มรูปแบบ ทั้งการปลูกหวาย ปลูกพืชยืนต้น มะขามหวาน มะม่วง มะนาว อื่นมากมาย
หวาย เป็นพืชที่เกิดในป่า และมีมากในแถบเทือกเขาภูพาน และพื้นที่ชุ่มชื้นทั่วไป หากท่านที่เดินทางผ่านไปจังหวัดสกลนคร จะพบการนำหวายป่ามาวางขายเรียงราย จำนวนมาก และหวายมีคุณสมบัติมากมายในการใช้ประโยชน์ ตั้งแต่ เก้าอี้หวาย ตะกร้า และของใช้บางอย่างที่คงทน นอกจากนั้น ยังสามารถนำมาปรุงเป็นอาหารที่หลากรส ได้หลายรูปแบบ แม้กระทั่งการจัดทำเป็นอาหารประเภทของหวานก็ตามนายสนิท การุณ อายุ 57 ปี อดีตอาจารย์ 2 ระดับ 7 โรงเรียนชุมชนบ้านนาดีหนองไผ่ หมู่ที่ 14 ต. นาหัวบ่อ อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร ที่ลาออกจากครูหันมาประกอบอาชีพการเกษตรปลูกหวาย มะขามหวานพันธุ์ต่าง ๆ และเลี้ยงสัตว์ กล่าวถึงความเป็นมาการที่หันหลัง ให้กับอาชีพครูว่า เป็นคนในหมู่บ้านนาดี หลังจากเรียนจบออกมาก็สอบบรรจุรับราชการครูในหมู่บ้าน แต่งงานกับ นางสุธาทิพย์ การุณ มีบุตร 2 คน และก็เหมือน กับครูบ้านนอกทั่วไปที่มีการทำสวนทำนาเสริมจากการรับราชการ โดยใช้เวลาช่วงวันหยุดหรือนอกเวลาราชการ ด้วยน้ำพักน้ำแรงเก็บเงินซื้อที่ดินได้ 27 ไร่ 3 งาน เป็นของตนเอง เมื่อประมาณ 5 ปีที่ผ่านมา จากนั้นได้ลงมือปลูกมะม่วง มะขามหวาน และขุดบ่อเลี้ยงปลา เลี้ยงสัตว์ ไก่พื้นเมือง 1,000 ตัว แม่พันธุ์พ่อพันธุ์กระบือ 20 ตัว และโค 15 ตัว โดยแบ่งเป็นพื้นที่ขุดบ่อน้ำ 4 ไร่ 4 บ่อ มะขามหวานพันธุ์สีทอง-สีชมพู 10 ไร่ และปลูกหวายจำนวน 7 ไร่ ส่วนที่เหลือเป็นการสร้างที่พักอาศัยและโรงเลี้ยงสัตว์ต่าง ๆ ปัจจุบันรายได้หลักมาจากการเก็บหวายขายและขายพันธุ์หวาย นอกจากนั้น ก็มีรายได้จากพืชอื่น เช่น มะม่วง มะขามหวาน และพืชสวนอื่น ๆ เดือนละไม่น้อยกว่า 20,000 บาท หรือปีละ 250,000 บาท โดยเฉลี่ยจากการขายหวายวันละ 250 บาท/วัน หากรวมกับรายได้ประจำวันขายผักต่าง ๆ อีกจำนวนหนึ่งก็เป็นที่น่าพอใจ ยังไม่รวมกับการขายเป็ด ไก่ และไก่งวงด้วย
นายสนิท การุณ เผยถึงเทคนิคและวิธีการปลูกหวายที่ทำให้ได้หวายดีมีราคาและออกจำหน่ายตลอดปีว่า สำหรับการเพาะหวายของตนจะเพาะจากเมล็ด ในแปลงที่เตรียมไว้ โดยใช้ถุงดำ 6x14 นิ้ว โดยดินที่บรรจุถุงส่วนผสมปุ๋ยคอกพอประมาณ จากนั้นนำเมล็ดหวายหยอดลงไปลึกประมาณ 1-2 นิ้ว กลบด้วยดินในถุง จากนั้นนำถุงเพาะหวายไปวางเรียงไว้ในร่มไม้ และให้แสงแดดสามารถเข้าถึงหรือจะทำเป็นหลังคาใช้ตาข่าย เขียว-ดำ คลุมก็ได้เช่นกัน หรือในรายที่ต้องการประหยัดก็สามารถเพาะ ในแปลงคล้ายแปลงปลูกผักกาดทั่วไปได้ โดยวิธีเพาะเป็นแปลงต้นทุนน้อย เนื่องจากไม่ใช้ถุง วิธีการคือเตรียมแปลงเหมือนกับปลูกผักทั่วไป จากนั้นปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 2 วัน นำปุ๋ยคอกมาผสมคลุกดินและเมื่อเห็นว่าเข้ากันแล้วก็นำเมล็ดหวายมาหว่าน จากนั้นนำฟางข้าวมาคลุมรดน้ำประมาณ 45-60 วัน จะสังเกตเห็นใบเขียวของหวายแทงยอดขึ้น ปล่อยไว้ประมาณ 5 วัน ให้เก็บฟางข้าวที่คลุมออก และรดน้ำทุกวันในช่วงเย็น ทิ้งไว้ประมาณ 25-30 วัน จิ้มต้นใส่ถุงขนาด 4x2 นิ้ว ที่บรรจุแกลบดำ ชำไว้ เก็บในที่ร่มรดน้ำทุกวัน ประมาณ 60 วัน นำไปลงหลุมที่เตรียมไว้ โดยระหว่างหลุมระยะแถวห่างกันประมาณ 3 เมตร ระหว่างหลุม 2 เมตร ซึ่ง 1 ไร่ สามารถปลูกหวายได้ประมาณ 400-600 หลุม ช่วงระหว่างที่รอผลผลิตหวายออกจะสามารถปลูกพืชล้มลุกอย่างอื่นแซมได้ เช่น มะเขือเทศ พริก โดยหวายเมื่อมีอายุ 2 ปีขึ้นไป ก็สามารถเก็บผลผลิตตัดยอดหรือหน่อขายได้ โดยปัจจุบันหวายมีราคาแพง การจำหน่าย ยอดละ 5-7 บาทอย่างไรก็ดี สำหรับหน่อหวายที่เพาะกล้าจำหน่ายจะสามารถขายได้หน่อละ 3-5 บาท ซึ่งในการจำหน่ายจะมีพ่อค้า แม่ค้าเดินทางมารับซื้อถึงสวนในราคายอดละ 3-5 บาท เป็นราคาขายส่งโดยรับซื้อแบบไม่อั้น ซึ่งสามารถสร้างรายได้ประจำวันอย่างน้อยวันละไม่น้อยกว่า 500 บาท จึงเป็นรายได้ที่น่าภูมิใจอีกทางหนึ่ง อย่างไรก็ตาม เกษตรกรหรือผู้ที่ต้องการปลูกหวายรายใดสนใจ ก็สามารถเขียนจดหมายมาสอบถามได้ยิ นดีแนะนำให้ฟรี ตามที่อยู่ข้างบน นอกจากนั้น อย่าลืมว่าหวายเป็นไม้หรือพืชที่มาจากป่าเราจะต้องศึกษาและเรียนรู้ธรรมชาติให้ดี ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องศึกษาให้ดีในรายที่ปลูกแล้วไม่ประสบผลสำเร็จ เช่น หวายตาย หรือไม่ขยายต้น ซึ่งมีเทคนิคที่แนะนำให้ หากทำอย่างจริงจังก็เป็นอาชีพที่ทำเงินให้ไม่น้อยเช่นเดียวกัน ในส่วนของตนเองเริ่มปลูกหวายมาตั้งแต่ ปี 2531 หรือ 15 ปี ที่ผ่านมา โดยมีการทดลองหลายรูปแบบจนค้นพบวิธีการทำให้หวายแทงยอดมาก ขยายพันธุ์โดยวิธีธรรมชาติ จนสามารถทำเงินได้ปีละนับแสนบาท และส่งลูกเรียนหนังสือสูง ๆ ไม่แพ้อาชีพอื่น ใครสนใจก็สอบถามได้ฟรี
ผู้เขียน สุพจน์ สอนสมนึก
ข้อมูลจาก วันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2546 ปีที่ 15 ฉบับที่ 305

การปลูก หวายป่า
ปลูกหวายขาย เป็นรายได้เสริม ของ ธวัช เกียรติเสรี
ยามว่างจากงานประจำ หากพอมีเวลา หลายคนคงคิดหาอะไรทำ บางคนทำเล่น ๆ เป็นงานอดิเรก บางคนจริงจังหวังผลกำไร ซึ่งกิจกรรมยามว่างที่ได้รับความสนใจไม่น้อยก็คือ การเกษตร ถึงแม้เกษตรกรคิดแค่ปลูกไว้เองด้วยใจรัก แต่ถ้าหากเกิดผลิตผลที่ดี มีคนต้องการ สิ่งที่ตามมาก็คือผลตอบแทน ถือเป็นรายได้อีกส่วน ที่มาจากหนึ่งเวลายามว่างของตนเอง เช่นเดียวกับ ธวัช เกียรติเสรี เจ้าหน้าที่ประจำเป็นนักวิชาการเผยแพร่ โครงการส่งเสริมและพัฒนาป่าชุมชนในพื้นที่แนวกันชน จังหวัดปราจีนบุรี วัย 40 ปี อาศัยอยู่ที่ 490 ต. หน้าเมือง อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี โทร. 0-1377-4146
ปลูกเสริมป่า คุณธวัช เล่าว่า ตนได้ทำงานร่วมกับชุมชนมาตลอด เห็นว่าหวายกำลังจะหมดไปในเขตภาคตะวันออก จะเหลืออยู่เพียงในป่าอนุรักษ์เท่านั้น ทางสำนักงานป่าไม้เขตจึงมีนโยบายให้เพาะหวายเพื่อสนับสนุนชุมชน รวมถึงส่งเสริมให้ชุมชนได้ขยายพันธุ์หวายเป็นอาชีพเสริม ตั้งแต่การปลูกจนถึงการผลิต ทุกขั้นตอน โดยศึกษาต้นแบบจาก อำเภอกุดมาก จังหวัดสกลนคร มาปรับใช้ในเขตป่าตะวันออก ตนจึงผันเวลาว่างมาทดลองปลูกด้วย โดยชักชวน คุณพิเชษฐ์ พูลสวัสดิ์ เป็นยามประจำของสำนักงานป่าไม้เขตเห็นว่าเขามีรายได้น้อยมาช่วยกันดูแล ตอนนี้เป็นปีที่ 3 แล้ว แต่ปีนี้เพิ่งเริ่มขยายเป็นปีแรก ปัจจุบันปลูกขายให้กับกรมป่าไม้ เพื่อนำไปปลูกในป่าอนุรักษ์ส่วนหนึ่ง และขายให้กับชาวบ้านอีกส่วน มีแปลงปลูกทั้งหมดกว่า 60 แปลง แปลงละ 1,200 ต้น คุณธวัช บอกว่า หวายมีคุณค่าด้านสมุนไพร เท่าที่ได้คุยกับชาวบ้าน ชาวบ้านจะเอารากไปต้มเป็นยาตำรับเข้ากับยาชนิดอื่น ที่เรียกว่าเข้ายาเย็น แก้ร้อนใน ตนมีความเชื่อส่วนตัวว่า สามารถนำไปเป็นยาตำรับรักษาโรคมะเร็งได้ ส่วนยอดหวายมีคุณค่าทางโภชนาการคล้ายกับยอดพืชผักอื่น ๆ เช่น ยอดมะพร้าวทั่วไป แต่มีรสชาติออกขม ชาวอีสานนิยมกินยอดหวายกันมาก
เพาะเมล็ดก่อนลงปลูก หวายที่ปลูกนี้ คุณธวัชซื้อเมล็ดจากชาวบ้านสกลนคร กิโลกรัมละ 20 บาท มาแกะเปลือกแล้วเอาเนื้อออก ใช้แต่เฉพาะเมล็ดข้างใน เมล็ดหวายจะแก่ในช่วงหน้าแล้ง ตั้งแต่กุมภาพันธ์ถึงเมษายน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สามารถเพาะได้ หวายเป็นพืชที่ออกดอกและเมล็ดปีละครั้งเท่านั้น แต่เก็บไว้นานเปอร์เซ็นต์งอกจะต่ำลงเรื่อย ๆ แต่ถ้าได้เมล็ดที่แก่จัดก็สามารถลงเพาะได้เลย จะมีเปอร์เซ็นต์งอกสูง วิธีการเพาะมี 2 วิธี คือ เพาะแบบธรรมชาติและแคะตาเมล็ด แต่ที่นี่มีปริมาณเมล็ดมาก ไม่สะดวกที่จะแคะตา คุณธวัชจึงใช้แบบธรรมชาติ โดยการแกะเนื้อและเปลือกออกจากเมล็ด ให้เหลือเพียงเมล็ดใน ต้องล้างทำความสะอาดให้ดีก่อนนำมาลงเพาะ เนื่องจากเนื้อเมล็ดหวายจะเป็นตัวทำให้เกิดเชื้อรา ซึ่งจะส่งผลให้หวายไม่เจริญเติบโตแล้วนำลงเพาะในขุยมะพร้าว ไม่ใช้ดินเพราะถ้าเป็นดินล้วน ๆ ถ้าคุณภาพดินไม่ดีจะทำให้เกิดเชื้อราเช่นเดียวกัน การเพาะเมล็ดหลังจากที่ได้เมล็ดที่แก่จัดแล้ว ให้เอาเปลือกออก เหลือแต่เนื้อเมล็ด จากนั้นนำมาใส่ถุงกระสอบประมาณ 2 ชั้น ถ้ามีปริมาณมากนำมาใส่กระสอบปุ๋ยก็ได้ มัดปากถุงให้แน่น ขับรถเหยียบไปมาให้เนื้อแตกหลุดจากเมล็ด หลังจากนั้นจึงนำมาร่อนในตะแกรงให้เนื้อออกให้หมด เหลือแต่เมล็ดล้วน ๆ นำมาผึ่งให้แห้งในร่ม พอแห้งแล้วลงแปลงเพาะได้เลย แปลงเพาะในพื้นที่ใช้ขุยมะพร้าวรองไว้ ให้หนาประมาณ 3 นิ้ว โรยเมล็ดหวายที่ผึ่งแห้งแล้วให้สม่ำเสมอ ให้พอมีพื้นที่งอกขึ้น พอโรยเสร็จใช้ขุยมะพร้าว กลบทับอีกประมาณ 1-1.5 นิ้ว กลบแล้วเกลี่ยให้เท่า ๆ กัน จากนั้นจึงรดน้ำให้ชุ่ม แต่เมื่อรดน้ำแล้วต้องระวังไม่ให้อยู่กลางแดด ควรมีซาแรนอยู่ในร่มประมาณ 60% หากเมล็ดที่นำมาเพาะแก่จริง เพาะประมาณ 1 เดือน ถึง 1 เดือนครึ่ง หวายจะเริ่มงอก "เนื่องจากหวายเป็นพืชตระกูลปาล์ม ฉะนั้น ระยะฟักตัวจะไม่เท่ากัน การงอกจะไม่สม่ำเสมอ บางครั้งงอกแล้วชุดหนึ่ง ปีหน้ายังจะมีโผล่อีก ไม่เหมือนเมล็ดอย่างอื่นที่งอกออกมาทีเดียวเหมือนถั่วงอก บางเมล็ดจะฟักตัวนานมาก คือมีความงอกไม่สม่ำเสมอ ไม่เหมือนไม้ชนิดอื่น บางคนไม่เข้าใจ พองอกชุดนี้แล้วก็ทำลายแปลงทิ้ง ต้องรอหน่อย" คุณธวัชเล่า
ไม่มีแปลงเพาะ แก้ได้ แปลงเพาะอาจจะต้องใช้พื้นที่มาก แต่ถ้าไม่มีแปลงเพาะ คุณธวัช บอกว่า อาจใช้กะละมังหรือถุงพลาสติกแทนแปลงได้ โดยไม่ต้องนำมาโรยเหมือนปลูกแปลง ให้ใช้ขุยมะพร้าวคลุกกับเมล็ดเลย ในอัตราส่วน เมล็ดหวาย 1 ส่วน ต่อ ขุยมะพร้าว 3 ส่วน คลุกให้เมล็ดกระจายเสมอกันแล้วมัดปากถุง หรือหากใช้กะละมังให้คลุมพลาสติกไว้ ขุยมะพร้าวที่ใช้ควรมีความชื้นพอเหมาะ ประมาณ 30% สังเกตว่า หากกำแล้วเป็นก้อนไม่มีน้ำหยด หรือคลายตัวเพราะความแห้งเป็นใช้ได้ แต่ถ้าจะให้ดีควรใช้ปุ๋ยชีวภาพคลุกผสมด้วย จะสามารถช่วยขจัดเชื้อราได้อย่างดี พอหวายเริ่มงอกแล้ว นำมาแต้มหรือนำต้นมาปลูกลงดินในถุงดำ ขนาด 2 x 6 นิ้ว ซึ่งเป็นขนาดพอเหมาะไม่ควรใช้ถุงใหญ่เกินไป ดินที่ใช้ต้องเป็นดินร่วนระบายน้ำได้ดี ในช่วงแรกไม่ควรผสนดินกับปุ๋ยคอก เพราะหากหวายเจอดินเค็มจะทำให้เกิดการชะงักตัว ทำให้รากหวายไม่เจริญเติบโต เมื่อลงดินแล้วประมาณ 15 วัน หวายจะแตกใบ อาจจะช้าหรือเร็วกว่าขึ้นอยู่กับปุ๋ยและดิน จากนั้นอีกประมาณ 3- 4 เดือน ต้องตัดรากออกป้องกันรากลงดิน และแยกขนาดของหวายออก เพราะหากต้นเล็กคละอยู่ในต้นใหญ่ จะทำให้ต้นเล็กไม่โตแต่ไม่ตาย ในการตัดรากไม่ควรปล่อยให้ต้นหวายโตมากกว่านี้ เพราะอาจทำให้ตายได้ "พอแต้มเมล็ดแล้วควรเร่งปุ๋ยเลย วิธีการให้คือใช้ปุ๋ยยูเรียพ่นทางใบ ส่วนปุ๋ยชีวภาพเราก็ใช้แต่ไม่ได้ใช้ชีวภาพอย่างเดียวเลย ต้องประยุกต์กัน ครั้งแรกอาจใช้ยูเรียเพื่อเร่งใบ ต่อไปก็ใช้ชีวภาพแล้ว ถ้าจะให้ดี ต้องใช้ปุ๋ยเม็ด สูตร 15-15-15 ผสมพูไมต์ หยอดหรือหว่านตามแปลงจะทำให้เร่งใบแตกและโตดี มันต้องใช้ผสมผสานกัน ถ้าไปใช้ปุ๋ยชีวภาพอย่างเดียว จะให้ผลช้า และเลี้ยงหวาย มีเวลาจำกัดเราไปทำอย่างนั้นไม่ได้" การเร่งปุ๋ยหากใช้เฉพาะปุ๋ยเม็ดให้อาทิตย์ละครั้ง ถ้าเป็นปุ๋ยเม็ดผสมพูไมต์ให้เดือนละครั้ง อาจใช้ปุ๋ยชีวภาพควบคู่ด้วยโดยให้ปุ๋ยชีวภาพ 10 วันครั้ง รดน้ำด้วยสปริงเกลอร์ช่วงเย็น ประมาณ 5 นาที จากนั้นประมาณ 8 เดือน หวายจะเติบโต มีขนาดสูงประมาณ 30 เซนติเมตร ซึ่งเป็นขนาดที่สามารถจำหน่ายได้ ราคาประมาณ 3-6 บาท แล้วแต่ปริมาณและขนาดของต้น นอกจากจะปลูกไปขายไป คุณธวัชยังช่วยส่งเสริมให้ชาวบ้านในพื้นที่หันมาปลูกพืชผักที่มีประโยชน์ โดยเน้นว่าอยากกินอะไรให้ปลูกอย่างนั้น ถ้ามีตลาดจำหน่ายได้ค่อยจริงจัง และแนะนำว่าหวายเป็นพืชเอนกประสงค์ นอกจากอาหารแล้วยังใช้ในงานหัตถกรรมได้ อายุยืน เลี้ยงง่าย แต่ต้องจัดการให้ดี
ผู้เขียน อุราณี ทับทอง

ข้อมูลจาก เทคโนโลยีชาวบ้าน วันที่ 01 ธันวาคม พ.ศ. 2545 ปีที่ 15 ฉบับที่ 300
วันที่ปรับปรุงข้อมูล : 02 มิ.ย 2546