จุดประสงค์ที่ข้าพเจ้าเขียน "เกร็ดภาษาภูไท" เล่มนี้ เพื่อเป็นการอนุรักษ์ภาษาภูไทไว้ไม่ให้สูญ ตามที่ท่านถวิล เกษรราช ได้กล่าวไว้ในหนังสือ "ประวัติผู้ไทย" ว่า ชาติใดจะสูญ ภาษาของชาตินั้นต้องสูญก่อน ดังนั้นท่านจึงขอวิงวอนต่อพี่น้องชาวภูไทว่า "หากไม่ประสงค์จะให้คนชาติผู้ไทย ของเราหายสูญไปจากโลกแล้วขอให้ชาวผู้ไทยทุกท่านจงพูดภาษาผู้ไทยของเราด้วยกันตามสมควรแก่บุคคล กาละและสถานที่นั้นเถิด" ในฐานะที่ข้าพเจ้าเป็นชาวภูไทโดยกำเนิด (ซึ่งท่านถวิล เกษรราชเรียกว่า ผู้ไทย) จึงขอสนองเจตนารมณ์ของท่านดังกล่าว
ที่ให้ชื่อหนังสือเล่มนี้ว่า "เกร็ดภาษาภูไท" เพราะว่าข้าพเจ้าไม่สามารถเขียนให้ละเอียดทุกแง่มุมได้ เพียงแต่เขียนในแง่ที่เห็นว่าแปลกแตกต่างจากภาษาไทยสาขาอื่นเท่านั้น หากมีข้อบกพร่องประการใด ข้าพเจ้าขอน้อมรับคำติติงจากท่านผู้รู้เสมอ ถ้ามีความดีเกิดจากหนังสือเล่มนี้ข้าพเจ้าขออุทิศให้กับบุรพชนชาวภูไททุกท่านไว้ ณ ที่นี้
" ภูไท " คือชนชาติไทยสาขาหนึ่ง ซึ่งมีสำเนียงภาษาพูดเป็นของตนเอง แต่คำส่วนมากก็ใกล้เคียงกับภาษาของชนชาติไทยสาขาอื่นๆ เพื่อเป็นการอนุรักษ์ภาษาภูไทไว้ ซึ่งเป็นภาษาถิ่นของไทยภาษาหนึ่ง ข้าพเจ้าจึงขอเขียนเกร็ดของภาษาภูไทในแง่ที่เห็นว่าแปลกแตกต่างจากภาษาไทยสาขาอื่น ใหญ่ ออกเสียงเป็น เญอเช่นยาห้ามหน้าห้ามต๋าผู้เญอ เพิ้นเด้อ ใหม่ ออกเสียงเป็น เมอ ให้ ออกเสียงเป็น เห้อเช่นหาผ้าเมอ มาเห้อ กูเซอ แนสูเอ๊ย ใส่ ออกเสียงเป็น เซอ สะใภ้ ออกเสียงเป็น ลุเภ้อ ใน ออกเสียงเป็น เน้อเช่นลุเภ้อ เอาเส้อ (เสื้อ) ไป๋ไว้ เน้อ ตู้เห้อแน ใจ ออกเสียงเป็น เจ๋อเช่นเอ๋าเจ๋อเซอหนังสือหนังหาแนลุเอ๊ย ใช้ ออกเสียงเป็น เซ้อเช่นเซ้อเห้อไป๋เมิง (เมือง) ฮ่อมิเห้อว้าไก๋ ใต้ ออกเสียงเป็น เต้อเช่นเฮิน (เรือน) ข้อยยูทางบ้านเต้อพุ้น ใด ออกเสียงเป็น เลอเช่นหองเจ้านะอั๋นเลอ ใคร ออกเสียงเป็น เพอเช่นเพอเอ็ดเผอเหลอยูซิเลอ ใกล้ ออกเสียงเป็น เค้อเช่นเพอยูไก๋เพิ้นเห้อ เพอยูเค้อเพิ้นซัง ใบ้ ออกเสียงเป็น เบ้อเช่นคนขี้เบ้อยาเห้อมันไป๋นำเนาะ ใบ ออกเสียงเป็น เบ๋อเช่นขอปิดค้างเห้อเห็นเคอ ปิดเบ๋อเห้อเห็นมะดาย ใย ออกเสียงเป็น เยอเช่นบ้าเบ้อถือเยอโบ๋ (บัว) เปรียบเทียบร้อยกรองภาษาไทย กับ ภาษาภูไท ในเรื่องสระ ใอ (ไม้ม้วน) เป็นสระ เออ ดังนี้ คำว่า จะใคร่เทียบภาษาภูไทว่าจะเค้อ คำว่า มิใช่เทียบภาษาภูไทว่ามิเซ้อ (น่าจะว่า มิแม้น) คำว่า น้ำใสเทียบภาษาภูไทว่าน้ำเสอ (น่าจะว่า ใส ) คำว่า ใฝ่เทียบภาษาภูไทว่าเฟอ จึงฝากผู้รู้นักปราชญ์ทั้งหลายวินิจฉัยต่อไป สระ เอือ ออกเสียงเป็นสระ เออ เสือ ออกเสียงเป็น เสอ เหลือ ออกเสียงเป็นเหลอเช่นกิ๋นซ้างกะมิเหลอ กิ๋นเสอกะมิอีม เกลือ ออกเสียงเป็น เก๋อ เหนือ ออกเสียงเป็น เหนอ เช่นไป๋เอ๋าเก๋อบ้านเหนอเห้อแน สระ เอีย ออกเสียงเป็นสระ เอ เมีย ออกเสียงเป็น เม เช่นเอ๋าเมไป๋แล้วมิเห้อตีต๋างพ้า ห้า (ฆ่า) ต๋างเสม เสีย ออกเสียงเป็นเสเช่นฮีตแตปู่มิเห้อยา ฮีตแตย่ามิเห้อเส เบี้ย ออกเสียงเป็นเบ้ เช่นมิเห้อคบคนจรนอนมินสูบฟิน(ฝิ่น)กิ๋นกัญชา ดิ้นเบ้แทงโป๋ มะไหโลมันมิดีดาย สระ ออ สะกดด้วย ก ออกเสียงเป็นสระ เอาะ บอก ออกเสียงเป็นเบ้าะ เช่นเบ้าะเมอไฮ้มิเห้อถะไหลเมอนา ออก ออกเสียงเป็นเอ้าะเช่นฮีตแตปู่มิเห้อยา ฮีตแตย่ามิเห้อเส นอก ออกเสียงเป็นเนาะ เช่นเอ้าะเนาะบ้านกะเห้อย่านเพิ้นเว้าแนวมิดี๋ คอก ออกเสียงเป็นเคาะ เช่นเคาะโงเคาะควายเคาะไกเคาะก๋าเห้อโหซามันแน ศอก ออกเสียงเป็นเซาะเช่นยอเซาะกะแกวน ยอแหนกะมิหึ้นแล้วอาญาเอ้ย มะกอก ออกเสียงเป็นมะเก้าะ ตอก ออกเสียงเป็นเต้าะเช่นเอ๋ามะเก้าะเต้าะโหมันโลด สระ อัว ออกเสียงเป็นสระ โอ ผัว ออกเสียงเป็นโผ เช่นโผเมนี้กูมึงยาได้ว้า ข้อยและเจ้าคำนี้จึงค่อยจา ตัว ออกเสียงเป็นโต๋ บัว ออกเสียงเป็นโบ๋เช่นซ้างตายทั้งโต๋ เอ๋าเบ๋อโบ๋มาปก |
ข้าพเจ้าขอรวบรวมคำภาษาภูไทที่มีแนวโน้มว่าเด็กรุ่นใหม่อาจไม่ค่อยได้ยินหรือได้พูดหรืออาจจะหดหายไปเลย เพราะคำบางคำข้าพเจ้าเองยังไม่ทราบว่าเป็นภาษาภูไท แต่ในที่นี้ข้าพเจ้าจะไม่เรียงคำตามลำดับอักษร ถือเอาตามความสะดวกของข้าพเจ้า หรือค้นคว้ามาได้เท่าไรก็เอาเท่าที่หาได้ |
|
| ||
|
| ||
|
| ||
|
| ||
|
| ||
|
| ||
|
| ||
|
| ||
|
| ||
|
| ||
|
| ||
|
| ||
|
| ||
|
| ||
|
| ||
|
| ||
|
| ||
|
| ||
|
| ||
|
| ||
|
| ||
|
| ||
|
| ||
|
| ||
|
| ||
|
| ||
|
| ||
|
| ||
|
| ||
|
| ||
|
| ||
|
| ||
|
| ||
|
| ||
|
| ||
|
| ||
|
| ||
|
| ||
|
| ||
|
| ||
|
| ||
|
| ||
|
| ||
|
| ||
|
| ||
|
| ||
|
| ||
|
| ||
|
| ||
|
| ||
|
| ||
|
|